เกณฑ์การสมัครเพื่อเข้ารับการพิจารณาสอบเพื่อหนังสืออนุมัติฯ อนุสาขาศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ในปีพ.ศ. 2569-2570
ในการสมัครสอบเพื่อหนังสืออนุมัติฯ อนุสาขาศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแน่ชัดว่า ผู้สมัครเป็นศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดีอย่างแท้จริง โดยผู้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- ผู้สมัครสอบอยู่ในตำแหน่งศัลยแพทย์ปฏิบัติงานเต็มเวลา ในสถาบันหลักการฝึกอบรมอนุสาขาศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี หรือสถาบันสมทบ หรือสถาบันทางเลือกอนุสาขาศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี โดยผู้สมัครสอบจากสถาบันเหล่านี้ต้องเคยเรียนจบการศึกษาหลักสูตรต่อยอดหนึ่งปีของอนุสาขาศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี จากสถาบันต่างๆ ที่รับรองโดยสมาคมฯ หรือหลักสูตรเทียบเท่าที่เห็นชอบโดยสมาคมฯ
- กรณีไม่ได้ทำงานในสถาบันฝึกอบรมฯ ในข้อที่ 2 ผู้สมัครสอบต้องเคยเรียนจบการศึกษาต่อยอดหลักสูตรหนึ่งปีของสมาคมฯ หรือหลักสูตรเทียบเท่าที่เห็นชอบโดยสมาคมฯ อย่างน้อย 2 ปี ( เรียนจบหรือสอบก่อน พ.ศ 2567)
2.1 ผู้สมัครสอบที่เรียนจบภายใน 2-5 ปี หรือสอบในช่วงปี 2563-2566 ต้องนำเสนอหลักฐานประสบการณ์ผ่าตัดตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ย้อนหลัง นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานในศัลยกรรมตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ให้ทางอฝส.พิจารณาถึงความเหมาะสม โดยหลักฐานต้องประกอบด้วย เลขประจำตัวโรงพยาบาลของผู้ป่วย ชื่อโรค หัตถการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่เกิดขึ้น และระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล หลังผ่าตัด โดยหลักฐานที่ส่งมาต้องได้รับการลงนามรับรองจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล ประสบการณ์การผ่าตัดที่ อฝส.จะพิจารณา ผู้สมัครสอบต้องมีประสบการณ์การผ่าตัดตับอย่างน้อย 20 ราย pancreaticoduodenectormy อย่างน้อย 5 ราย และการผ่าตัด complex biliary surgery อย่างน้อย 20 ราย
2.2 ผู้สมัครสอบที่เรียนจบมากกว่า 5 ปี หรือสอบก่อนปี 2563 ไม่ต้องนำเสนอหลักฐานประสบการณ์การผ่าตัดตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ให้พิจารณา อย่างไรก็ตาม อฝส.ขอสงวนสิทธิ์ในการขอหลักฐานประสบการณ์การผ่าตัดตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
- กรณีผู้สมัครสอบจบวุฒิบัตรศัลยศาสตร์ และทำงานในด้านศัลยกรรมมาอย่างน้อย 10 ปี แต่ไม่ได้จบหลักสูตรต่อยอด 1 ปี ของสมาคมฯ หรือหลักสูตรเทียบเท่าที่เห็นชอบโดยสมาคมฯ สามารถแจ้งความจำนงให้รับการเสนอชื่อได้ โดยนำเสนอหลักฐานประสบการณ์การผ่าตัดตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ย้อนหลังอย่างน้อย 10 ปี เพื่อให้ อฝส.ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม โดยหลักฐานต้องประกอบด้วย เลขประจำตัวโรงพยาบาลของผู้ป่วย ชื่อโรค หัตถการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่เกิดขึ้น และระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด โดยหลักฐานที่ส่งมาต้องได้รับการลงนามรับรองจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล ประสบการณ์การผ่าตัดที่ อฝส.จะพิจารณา ผู้สมัครสอบต้องมีประสบการณ์ผ่าตัดตับอย่างน้อย 40 ราย pancreaticoduodenectormy อย่างน้อย 10 ราย และ การผ่าตัด complex biliary surgery อย่างน้อย 50 ราย
โดยผู้สมัครสอบจะต้องระบุชัดว่า อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังต่อไปนี้
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ น้อยกว่า 5 ปี และปฏิบัติงานในสถาบันฝึกอบรมหลัก
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ ตั้งแต่ 5 ปี และปฏิบัติงานในสถาบันฝึกอบรมสมทบ / กิจกรรมเลือก
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ น้อยกว่า 5 ปี และปฏิบัติงานในสถาบันฝึกอบรมสมทบ / กิจกรรมเลือก (ของการอบรมอนุสาขา)
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ ตั้งแต่ 5 ปี และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลรัฐอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถาบันฝึกอบรมหลัก หรือสถาบันฝึกอบรมสบทบ/กิจกรรมเลือก
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ น้อยกว่า 5 ปี และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลรัฐอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันฝึกอบรมหลัก หรือสถาบันฝึกอบรมสบทบ/กิจกรรมเลือก
- กลุ่มศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ ที่ได้วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ตั้งแต่ 5 ปี และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน
ขั้นตอนการสมัครเพื่อเข้าสอบหนังสืออนุมัติบัตรฯ ในปี พ.ศ. 2569
- ให้ศัลยแพทย์ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ข้างต้น และต้องการสอบอนุมัติบัตร ติดต่อโดยตรงที่ คุณสุทัศรา ดีดวงพันธ์
E-Mail: tukky_ics@hotmail.com
- หมดเขตการสมัครสอบ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569
- หลังจากการสมัครเสร็จสิ้น ทางอฝส.จะดำเนินการขออนุมัติการสอบเพื่อหนังสืออนุมัติบัตรฯ จากแพทยสภา
- การสอบจะดำเนินการได้ เมื่อได้รับการอนุมัติจากแพทยสภาแล้วเท่านั้น
- ผู้มีสิทธิเข้าสอบ ต้องชำระเงินค่าสอบก่อน ถึงจะมีสิทธิสอบได้
- กำหนดการสอบจะแจ้งล่วงหน้าให้ทราบก่อนสอบเป็นเวลา 1 เดือน
- ผู้ที่สอบผ่านการประเมินเพื่อหนังสืออนุมัติบัตร อฝส.จะดำเนินการส่งรายชื่อผู้สอบผ่าน พร้อมหลักฐานคุณสมบัติ
เพื่อให้แพทยสภาพิจารณา
- แพทยสภาเป็นผู้ตัดสินผลการพิจารณาอนุมัติบัตร
- ผู้มีสิทธิได้รับอนุมัติบัตรต้องชำระเงินครบเต็มจำนวนแล้วเท่านั้น จึงจะได้รับอนุมัติบัตรได้